ขิงจ๋า…. ดีจริงๆ

ขิงจ๋า…. ดีจริงๆ

ขิงจ๋า…. ดีจริงๆ​ นะ
ขิงมีอยู่หลายชื่อ ตามแต่ละถิ่น ได้แก่ ขิงแกลง, ขิงแดง (จันทบุรี), ขิงเผือก (เชียงใหม่), สะเอ (แม่ฮ่องสอน​)[1]), ขิงบ้าน, ขิงแครง, ขิงป่า, ขิงเขา, ขิงดอกเดียว (ภาคกลาง), เกีย (จีนแต้จิ๋ว)
Zingiber officinale Roscoe : Ginger
วงศ์: Zingiberaceae
สรรพคุณ
เหง้า : รสหวานเผ็ดร้อน ขับลม แก้ท้องอืด จุกเสียด แน่นเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน แก้หอบไอ ขับเสมหะ แก้บิด เจริญอากาศธาตุ สารสำคัญในน้ำมันหอมระเหย จะออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ใช้เหง้าแก่ทุบหรือบดเป็นผง ชงน้ำดื่ม แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน แก้จุกเสียด แน่นเฟ้อ เหง้าสด ตำคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำมะนาว เติมเกลือเล็กน้อย จิบแก้ไอ ขับเสมหะ [2]
ต้น : รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ ให้ผายเรอ แก้จุกเสียด แก้ท้องร่วง
ใบ : รสเผ็ดร้อน บำรุงกำเดา แก้ฟกช้ำ แก้นิ่ว แก้ขัดปัสสาวะ แก้โรคตา ฆ่าพยาธิ
ดอก : รสเผ็ดร้อน แก้โรคประสาทซึ่งทำให้ใจขุ่นมัว ช่วยย่อยอาหาร แก้ขัดปัสสาวะ
ราก : รสหวานเผ็ดร้อนขม แก้แน่น เจริญอาหาร แก้ลม แก้เสมหะในลำคอ แก้บิด บำรุงเสียง แก้พรรดึก
ผล : รสหวานเผ็ด บำรุงน้ำนม แก้ไข้ แก้คอแห้ง แก้เจ็บคอ แก้ตาฟาง เป็นยาอายุวัฒนะ [3]

มาดูส่วนประกอบของขิง 100 กรัมกันบ้างดีกว่าค่ะว่าจะประกอบไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอะไรบ้าง
ขิง 100 กรัมประกอบไปด้วย พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 0.4 กรัม, คาร์โบไฮเดรท 4.4 กรัม, ไขมัน 0.6 กรัม, เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม, ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม, แคลเซียม 18 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม, เบต้า-คาโรทีน 10 ไมโครกรัม, วิตามินซี 1 มิลลิกรัม, ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม, ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม,ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม
ขิงถือว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาปรุงอาหารเพิ่มความหอมให้กับอาหาร ขิงอ่อนใช้เป็นผักจิ้ม ใช้ทำผัดขิง ใสในยำเช่นยำหอยแครง ใส่ในแกงฮังเล น้ำพริก กุ้งจ่อม ซอยใส่ในต้มส้มปลา เมี่ยงคำ ไก่สามอย่าง ใช้ทำขิงดอง ใส่ในบัวลอยไข่หวานเพื่อดับกลิ่นคาวไข่ [4] ทำเป็นอาหารหวาน เช่น น้ำขิง เต้าฮวย ขิงแช่อิ่ม ขนมปังขิง และยังทำเป็นขิงผงสำเร็จรูป สำหรับชงดื่ม
ในตำรับยาสามัญประจำบ้านของไทยก็มีส่วนผสมของเหง้าขิงแห้งหลายตำรับเช่น ประสะกระเพรา, วิสัมพยาใหญ่, ประสะกานพลู, มันทธาตุ, ธรณีสัณฑฆาต, ธาตุบรรจบ, ยาหอมอินทจักร, ยาหอมนวโกฐ, ยาบำรุงโลหิต, ประสะไพล, ยาไฟห้ากอง และยาไฟประลัยกัลป์ ซึ่งตำรับยาเหล่านี้มีฤทธิ์รสสุขุมไปจนถึงรสร้อน [5] ซึ่งในทางยานิยมใช้ขิงแก่ เพราะขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและมีใยอาหารมาก นำเหง้าสดย่างไฟให้สุก ตำผสมกับน้ำปูนใสคั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำเหง้าสดหมกไฟรับประทานเมื่อมีอาการเบื่ออาหาร [6] และในบางตำรายาแผนโบราณได้กล่าวถึงสรรพคุณการรักษาด้านอื่นๆ เช่น บำรุงไขข้อ ช่วยฟอกโลหิต รักษาริดสีดวงทวาร รักษาภูมิแพ้อากาศ ช่วยควบคุมความดันโลหิต เป็นต้น
ถ้าหากคุณกินขิงเป็นประจำ คุณจะได้รับประโยชน์จากขิงอย่างไรบ้าง [7]

มาดูกัน…

1.ขิงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวด อาทิ ปวดกล้ามเนื้อก็สามารถบรรเทาได้ถึง 25% และรากของขิงยังช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนและช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ

2.ขิงมีคุณสมบัติช่วยต้านมะเร็ง เพราะในขิงนั้นจะมีสารจินเจอรอล ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าสารชนิดนี้สามารถที่จะใช้รักษาโรคมะเร็งได้ และยังมีการค้นพบว่าสำหรับผู้ที่ดื่มสารสกัดจากขิงในปริมาณ 2 กรัมทุกวัน จะช่วยทำให้ไซโตไคน์ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในลำไส้ใหญ่ลดลง

3.ขิงยังช่วยลดภาวะความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ ที่มีปัจจัยมาจากน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งได้มีผลการวิจัยออกมาว่า ผู้ที่กินขิงผงในปริมาณ 2 กรัมทุกวัน จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดภายใน 3 เดือนได้ถึง 10% นั่นหมายความว่าคุณลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้ 10%

4.ขิงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ผลการวิจัยพบว่าผู้ที่กินขิงผงวันละ 3 กรัม ทุกวัน จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ

5.ขิงช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ ยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ที่มีอาการแพ้ท้อง และการรักษาโรคมะเร็งนั้นควรที่จะกินขิงสดหรือควรกินชาขิง เพราะผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่กินขิง 1.1 – 1.5 กรัมทุกวันจะช่วยลดอาการคลื่นไส้

6.ขิงช่วยต่อต้านอาการอักเสบ สำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ และข้อต่อเสื่อม ผลการวิจัยพบว่าถ้ากินขิงเป็นประจำจะช่วยทำให้อาการเจ็บปวดลดลง

7.ขิงช่วยบรรเทาอาการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีและน้ำลายด้วย ซึ่งผลการวิจัยพบว่าผู้ที่กินขิงผงในปริมาณ 1.2 กรัมก่อนอาหาร จะช่วยเร่งการกำจัดของเสียในกระเพาะอาหาร และยังจะช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยได้ถึง 50%

8.ขิงช่วยเพิ่มการพัฒนาด้านการทำงานของสมอง สำหรับผู้ที่มีอายุที่มากขึ้นแน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือการเกิดโรคเสื่อมเรื้อรังและการอักเสบเรื้อรังซึ่งจะนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อม อย่างโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งมีการวิจัยออกมาแล้วว่าขิงมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ช่วยตอบสนองการอักเสบในสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นสารสกัดจากขิงจะช่วยเพิ่มความจำ และยังช่วยพัฒนาสุขภาพและสมองได้ดีขึ้น

9.ช่วยลดอาการท้องอืด ทุกครั้งที่รู้สึกท้องอืดหรือรู้สึกว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นไม่ย่อยก็ให้จิบชาน้ำขิงหรือกินขิงสดก็ได้ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน จึงสามารถช่วยในเรื่องการขับลม ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ จึงทำให้อาการท้องอืดบรรเทาลงได้

10.ช่วยลดน้ำตาลในเลือด จากการศึกษาค้นพบว่าขิงผงมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานขิงนะคะ เพราะขิงอาจจะไปทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาอยู่ก็ได้ ถ้าผู้ป่วยกินขิงในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้ระดับอินซูลินลดลงมากจนอาจจะอยู่ในขีดอันตรายได้

11.ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน ขิงจะไปช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบจึงทำให้การเจ็บปวดจากไมเกรนลดลงได้ มีการศึกษาค้นพบว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ และถ้าทานขิงผงเป็นประจำทุกวันก็จะช่วยลดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์ได้

17,742 total views, 39 views today