คุณไต…อวัยวะที่ควรดูแล…

คุณไต…อวัยวะที่ควรดูแล…

คุณไต…อวัยวะที่ควรดูแล...
โดย หมอชาคริยา หลินนส์

บทความนี้จะขอแนะนำตำรับสมุนไพร
ดูแลสุขภาพไตในผู้ป่วยไตอักเสบ
ชนิดเฉียบพลันและอักเสบชนิดเรื้อรัง
ต่อจากคราวที่แล้วดังนี้ค่ะ

ตำรับที่ 1 [1]
1.ถั่วแดง 120 กรัม
2.รากหญ้าคา 120 กรัม
3.ข้าวสาร 360 กรัม

วิธีการปรุง
ล้างรากหญ้าคากับถั่วแดงให้สะอาด
เติมน้ำท่วมตัวยา ระดับไฟปานกลาง
ต้มนาน 30 นาที เอากากยาออก
จากนั้นเติมข้าวสารที่ซาวแล้วลงไป
ต้มต่อจนเป็นข้าวต้ม
แบ่งรับประทานเป็นมื้อใน 1 วัน (3 มื้อ)
สรรพคุณ ตำรับนี้เน้นขจัดความร้อน
ขับปัสสาวะ ลดอาการบวม
เหมาะสำหรับผู้ป่วยไตอักเสบชนิดเฉียบพลัน
ระยะแรก ที่มีอาการบวมน้ำ ปัสสาวะไม่คล่อง

ตำรับที่ 2 [1]
1.ลูกเดือย หนัก 30กรัม
2.ลูกหม่อน หนัก 60 กรัม
3.ลูกเกด หนัก 22.5 กรัม
4.ข้าวสาร หนัก 240 กรัม

วิธีการปรุง
นำวัตถุดิบทั้งหมดล้างน้ำให้สะอาดและต้ม
ระดับไฟปานกลาง ต้มนาน 30 นาที
จนเป็นโจ๊ก แบ่งรับประทานเป็นมื้อใน 1 วัน (2 มื้อ)
สรรพคุณ ตำรับนี้เสริมบำรุงไตและตับ
ขับชื้น ทำให้ปัสสาวะคล่อง
ลดอาการบวม มีผลในการรักษาผู้ป่วยไตอักเสบ
ชนิดเรื้อรัง ในช่วงระยะแรก

ถั่วแดง ชื่อสามัญ Kidney bean, Red kidney bean [2]
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phasecolus vulgaris L. [3]
วงศ์ FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE [3]
ถั่วแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ถั่วแดงหลวง
ถั่วท้องนา บ้านนา ถั่วนาเต็มกำ เป็นต้น [2]
สรรพคุณ ถั่วแดงมีโปรตีนสูง แคลเซียม
แมกนีเซียม โฟเลต ธาตุเหล็ก
ช่วยขับปัสสาวะ[4,5]
ช่วยบำบัดอาการประจำเดือนผิดปกติของสตรี[4]
ช่วยลดอาการบวมน้ำ[5]
ช่วยกำจัดหนอง[4]
ช่วยลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง[4]
ช่วยป้องกันและลดอาการเหน็บชา[6]
มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
และช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆได้[6]
นอกจากนี้ถั่วแดงยังมีสารลิกแนน
สารซาโปนิน และสารยับยั้งโปรติเอส
ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกัน
และลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านม
และมะเร็งต่อมลูกหมาก[6]

คำแนะนำในการรับประทานถั่วแดง
ถั่วแดงมีสารพิวรีน (Purine) ระดับปานกลาง
ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรรับประทานในปริมาณที่จำกัด
เพราะสารดังกล่าวอาจเป็นตัวกระตุ้น
ทำให้อาการของข้ออักเสบกำเริบขึ้นได้[6]
สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง
ควรระวังในการรับประทานถั่วแดง
เพราะถั่วแดงเป็นอาหารที่โปรตีน
และฟอสฟอรัสสูง [7]
ไม่ควรรับประทานถั่วแดงเดี่ยวๆ
และการรับประทานถั่วแดงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ก็เพียงพอแล้ว[6]

วิธีต้มถั่วแดง ให้นิ่มน่ารับประทาน
ขั้นตอนแรกให้ล้างเมล็ดถั่วให้สะอาด
หลังจากนั้นนำมาแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็นพอท่วม
ทิ้งไว้ประมาณ 6-18 ชั่วโมง แล้วนำมาต้ม
เยื่อหุ้มเมล็ดของถั่วแดงจะนิ่มและสุกง่ายขึ้น [4]

ข้าวสาร (Rice) [8]
ชื่อวิทยาศาสตร์: Oryza sativa
ชื่อวงศ์: Poaceae (Gramineac)
สรรพคุณ ข้าวสารรสมันหอม
ประกอบไปด้วย แป้ง น้ำตาล ไขมัน
กรดอะมิโน แร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก
ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น
ช่วยบำรุงร่างกาย แก้บวม แก้ปวด
แก้เหน็บชา แก้ตาฟาง [8]

เอกสารอ้างอิง
1.หนังสือ 200 ตำรับอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ. เกรียงไกร ชวงเก๊ยะ.2527. หน้า150-150.
2.สำนักงานส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:www.agriman.doae.go.th. [25 ต.ค. 2013].
32.มูลนิธิโครงการหลวง. “ประวัติถั่วแดงหลวง“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:www.royalprojectthailand.com. [25 ต.ค. 2013].
4.ชีวจิต. อ้างอิงใน: นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 208. “มหัศจรรย์พลังของถั่ว“., นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 338. “ถั่วแดง…ความลับลดอ้วน“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.cheewajit.com. [25 ต.ค. 2013].
5.ASTV ผู้จัดการออนไลน์. “กินถั่วแดงหัวใจเข้มแข็ง“. (16 มีนาคม 2553). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:www.manager.co.th. [25 ต.ค. 2013].
6.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:www.thaihealth.or.th. [25 ต.ค. 2013].
7.มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 323 คอลัมน์: เรื่องน่ารู้. “กินอย่างไรเมื่อเป็นโรคไตเรื้อรัง“. (ผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.doctor.or.th. [25 ต.ค. 2013].
8.หนังสือสมุนไพรร้านเจ้ากรมเป๋อ. อุทัย สินธุสาร. 2545.หน้า 70-71.

————————–————————–

มีปัญหาด้านสุขภาพ ปรึกษาได้ที่ชาคริยาคลินิกการแพทย์แผนไทย
www.chakariyaclinic.com

 

17,637 total views, 43 views today