ว่าด้วยการใช้ยารักษาโรคและไข้ ตามการแพทย์แผนโบราณ(ตอนที่3)

ว่าด้วยการใช้ยารักษาโรคและไข้ ตามการแพทย์แผนโบราณ(ตอนที่3)

ว่าด้วยการใช้ยารักษาโรคและการกินยาตามแผนโบราณ (ตอนที่ 3)

โดย หมอ ชาคริยา หลินนส์

การใช้ยาเพื่อบำบัดโรค หมอจะต้องตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็นโรค-ไข้อะไร เนื่องจากเหตุใด จึงจะวางยาได้ถูก ไม่ใช่วางยาคลุมลงไปโดยใช้ตัวยา ๒๐-๓๐ อย่าง การวางยาเช่นนี้อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยได้ ทางที่ดีนอกจากจะมีความชำนาญในเรื่องสมุฏฐานของโรคและรู้จักอาการของโรคเป็นอย่างดีแล้ว จะต้องมียาดี คือรู้จักตัวยาที่แท้ สามารถแก้โรคให้หายหรือทุเลาเบาบางลง เพราะฉะนั้นการใช้ยาต้องพึงกะขนาดยา ให้พอเหมาะกับสภาพหรือภาวะของคนไข้ว่าควรจะให้กินขนาดมากน้อยเพียงใด วันละกี่เวลา พึงระลึกไว้ว่าถ้ายาแรงต้องให้แต่น้อยก่อนในครั้งแรก ยาโบราณมักเป็นยาต้มมีสมุนไพรหลายสิ่งรวมกัน บางสิ่งก็เป็นสมุนไพรสด บางสิ่งก็แห้ง เมื่อต้มรวมกันเป็นธรรมดาของสดย่อมจะเปลี่ยนแปลง และเกิดบูดเน่าเสียได้เร็วก่อนของแห้ง ถ้าต้มกินนานวันน้ำยาก็ย่อมจะเสีย แทนที่จะเป็นคุณกลับจะทำให้โทษหนักขึ้น จึงควรกำหนดตัวยาให้ต้มกินครั้งหนึ่งๆ อย่าให้เกิน ๓ วัน ถ้าจะใช้เกินควรใช้ตัวยาใหม่ ส่วนขนาดยาควรถือเกณฑ์ยาแรงไม่แรง แต่ถ้าเด็กก็ต้องใช้ครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ เช่น ยาต้ม ๑ ถ้วยชา ถ้าเด็กก็ครึ่งถ้วยชา
อนึ่ง ระยะเวลาที่จะกำหนดให้ยาต้องกำหนดไว้ให้สม่ำเสมอจะก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือเวลาก่อนนอน ก็ต้องกำหนดไว้และปฏิบัติให้ถูกเวลาไว้เสมอ ถ้าปฏิบัติไม่ตรงตัวยาอาจไม่อยากไปทำการต่อสู้กับโรคได้โดยสม่ำเสมอ
 ยากินก่อนอาหาร ก็เพื่อให้แสดงฤทธิ์ต่อระบบย่อยอาหารโดยตรง
 ยากินหลังอาหาร ก็เพื่อให้ฤทธิ์ยาซึมย่อยไปกับอาหาร เพื่อไปบำรุงร่างกายและต่อสู้โรค
 ยากินก่อนนอน ก็เพื่อจะให้ร่างกายสงบ ได้พักผ่อนและหลับไม่ทุรนทุราย
 อีกชนิดหนึ่ง คือ ยากินสุดแต่เหตุ เป็นยาแก้โรคหรืออาการพิเศษแล้แต่เหตุการณ์ เช่น ยาแก้ปวด แก้ลม แก้ท้องเสีย เป็นต้น

17,579 total views, 40 views today