สมุนไพรรักษาโรคอ้วน อาหารรักษาสุขภาพ คู่ที่ 12…

สมุนไพรรักษาโรคอ้วน อาหารรักษาสุขภาพ คู่ที่ 12…

สมุนไพรรักษาโรคอ้วน

อาหารรักษาสุขภาพ คู่ที่ 12…

โดย หมอชาคริยา หลินนส์

โรคอ้วนเป็นสาเหตุการตาย
อันดับต้น ๆ ทั่วโลกที่สามารถป้องกันได้
โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นทั้งในผู้ใหญ่
และเด็กทางการมองว่าโรคอ้วน
เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุข
ที่ร้ายแรงที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 [1]
โรคอ้วนเป็นสภาพที่ร่างกายได้รับ
และเก็บพลังงานความร้อนไว้มากกว่า
ปริมาณการสูญเสียพลังงานความร้อน [2]
อาการแสดงออกทางคลินิกที่สำคัญได้แก่
กระหายน้ำ ปวดเมื่อยข้อทั้งแขนและขา
รู้สึกหนาวเย็นที่บริเวณหลัง
หายใจถี่สั้น มีอาการชา เป็นต้น [2]
การพิจารณาว่าบุคคลใดอ้วนนั้นพิจารณาจาก
ดัชนีมวลกาย (BMI) W÷(H×H)ซึ่งเป็นการวัด
มีค่าเท่ากับน้ำหนัก (หน่วยเป็นกิโลกรัม)
หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง
บุคคลที่มีดัชนีมวลกายเกิน
30 กิโลกรัมต่อตารางเมตรถือว่าเป็นโรคอ้วน
โดยในช่วง 25-30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
นิยามเป็นน้ำหนักเกิน [3,4]

สมุนไพรตำรับรักษาโรคอ้วน [2]
1.เซียงจา 8 กรัม
2.เปลือกส้มเขียวหวานแห้ง20 กรัม
3.ชะเอมเทศ 15 กรัม
4.ไข่ไก่ 2 ฟอง

สรรพคุณ ตำรับนี้มีฤทธิ์ในการ
ย่อยอาหารที่อุดค้าง และกระจายพลังงาน
ช่วยขับความชื้น สามารถรักษาโรคอ้วนได้ผลดี

วิธีต้ม: นำส่วนประกอบสมุนไพรทั้งหมดต้มในน้ำสะอาดนาน 20 นาทีไฟปานกลาง จากนั้นนำไข่ที่ต้มสุกปลอกเปลือกออกแล้วใส่ลงไปต้มในน้ำสมุนไพรต่อไปอีกสักครู่ ให้ดื่มทั้งน้ำแกงและรับประทานไข่ (หรืออาจไม่รับประทานไข่ก็ได้) รับประทานสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยข้าวต้ม [2]

สรรรพคุณสมุนไพรแต่ละชนิด

เซียงจา หรือ ซานจา หรือ ซัวจา อบแห้ง : (Hawthorn Berry) เป็นผลไม้ที่ได้จากต้น Crataegus monogyna หรือ C.laevigata สายพันธุ์ในจีนนั้นคือ Crataegus pinnatifida (Chinese Hawthorn)
สรรพคุณ: รสหวาน เปรี้ยว ช่วยลดไขมันในเลือด ทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ต้านการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด ต้านการเกิดออกซิเดชัน เพิ่มความสามารถของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในเรื่องการย่อยไขมัน เพิ่มการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ปรับสมดุลของกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ อาหารที่มีไขมันสูง ขจัดอาหารที่คั่งค้างในกระเพาะอาหาร ช่วยในการขยายตัวและไหลเวียนเลือดของเส้น ป้องกันการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันไม่ให้หัวใจเต้นผิดปกติ

เปลือกส้มเขียวหวาน: ชื่อสามัญ Mandarin orange, Mandarin, Mandarine, Tangerine[5,6]
ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus reticulata Blanco[5,6]
ชื่อวงศ์ส้ม: (RUTACEAE)[5,6]
สรรพคุณ: รสปร่าหอมซ่า มีฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ให้มีน้ำย่อยมากขึ้น และกระตุ้นให้ลำไส้มีการบีบตัวแรงขึ้น จึงสามารถช่วยขับลมออกจากลำไส้ได้ [6-9] มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการก่อกลายพันธุ์ ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ต้านมะเร็ง เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ต้านแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านไวรัส ต้านอะมีบา ต้านยีสต์ ต้านพยาธิ ไล่แมลง ฆ่าเห็บ ต้านอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ต้านอาการตัวเหลือง คลายกล้ามเนื้อเรียบ รักษาโรคเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี ยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนของเชื้อไวรัส ใช้ผสมในยารักษาโรคตับอักเสบ ผสมในยาห้ามเลือด [7]

ชะเอมเทศ: ชื่อสามัญ Licorice, Chinese licorice, Russian licorice, Spanish licorice [10]
ชื่อวิทยาศาสตร์: Glycyrrhiza glabra L.
ชื่อวงศ์: Fabaceae
ชื่อทั่วไป: กำเช่า กำเช้า (จีน-แต้จิ๋ว), กันเฉ่า (จีนกลาง), ชะเอมจีน เป็นต้น และชะเอมเทศนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน[10]
สรรพคุณ: ราก รสหวานชุ่มขมรากช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากรากชะเอมเทศมีสารสำคัญอย่าง กลีเซอไรซิน (Glycyrrhizin) และสารเคมีอื่น ๆ อีกหลายร้อยชนิด เช่น ไฟโตเอสโตรเจนและฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียจากการตรากตรำทำงานหนัก ช่วยสงบประสาท มีฤทธิ์กล่อมประสาท กดระบบประสาทส่วนกลาง [11]
ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชะเอมเทศ
การรับประทานผลิตภัณฑ์หรือมีส่วนผสมจากชะเอมเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูง (190 – 200/120 มม.ปรอท) อีกทั้งยังมีอาการปวดหัว อ่อนแรงตามข้อต่อ และส่งผลทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำลง ไม่ควรใช้ชะเอมเทศในขนาดที่เกินกว่า 50 กรัมต่อวัน นานเกินกว่า 6 สัปดาห์ เพราะอาจจะส่งผลทำให้เกิดการสะสมน้ำในร่างกาย เกิดอาการบวมที่มือและเท้า

อ้างอิง
1.WHO 2000 p.6
2.200 ตำรับอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ. เกรียงไกร ชวงเกี๊ยะ. หน้า 310.
3.Haslam DW, James WP (2005). “Obesity”. Lancet. 366 (9492): 1197–209.
4.Barness, LA; Opitz, JM; Gilbert-Barness, E (December 2007). “Obesity: genetic, molecular, and environmental aspects”. American Journal of Medical Genetics. 143A (24): 3016–34.
5.หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. (วิทยา บุญวรพัฒน์). “ส้มเขียวหวาน”. หน้า 528.
6.หนังสือสมุนไพรเจ้ากรมเป๋อ. อุทัย สินธุสาร. 2545.หน้า 109, 277.
7.ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “ส้มเขียวหวาน”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :www.thaicrudedrug.com. [21 ต.ค. 2014].
8.พืชผลไม้, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. “ส้มเขียวหวาน”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit.htm. [21 ต.ค. 2014].
9.กรีนไฮเปอร์มาร์ท สารานุกรมผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืชในซุปเปอร์มาร์เก็ต, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. “ส้มเขียวหวาน”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.sc.mahidol.ac.th/wiki/. [21 ต.ค. 2014].
10.”Glycyrrhiza glabra information from NPGS/GRIN”. www.ars-grin.gov. สืบค้นเมื่อ 6 March 2008.
11.ชยันต์ พิเชียรสุนทร และ วิเชียร จีรวงศ์. คู่มือเภสัชกรรมแผนไทยเล่ม 1 น้ำกระสายยา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กทม. อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. 2556. หน้า 34 – 35.

——————————————–
มีปัญหาสุขภาพและความงาม
ปรึกษาชาคริยาคลินิก
โทร:0-2734-1052
Line@ chakariyaclinic
Facebook: chakariyaclinic
IG: chakariyaclinic
Website: chakariyaclinic.com

17,575 total views, 38 views today